kept

" Death Cleaning " ที่ใครๆหลายคนยังไม่รู้จัก

Death Cleaning สุดท้ายก็ต้องทิ้ง แนวคิดดี ๆ ของการเรียนรู้การใช้ชีวิต เพื่อไม่ทิ้งภาระให้กับคนที่อยู่


มาร์การีต้า แม็กนักสัน ผู้เขียนได้พูดถึงแนวคิดการ "เก็บกวาด" และ "ทิ้ง" สิ่งของแบบเรียบง่าย ที่ชาวสวีเดนที่เรียกว่า เดอสแต็ดนิง (dostadning) หรือแปลง่าย ๆ ว่า "การเก็บกวาดทำความสะอาดก่อนตาย" ด้วยการเอาสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไป เมื่อคิดว่าเวลาที่ตัวเองต้องจากโลกนี้ไปใกล้เข้ามาแล้ว


ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่หากจะพูดถึง " การจัดบ้านก่อนตาย " แนวคิด " Death Cleaning " หรือการจัดบ้านก่อนจากไป ไม่ใช่แนวคิดในเชิงลบเสียทีเดียว เพราะเป็นแนวคิดที่ทำให้ผู้สูงอายุ รู้จักการจัดการข้าวของภายในบ้านอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดประสงค์เพื่อความสบายกายสบายใจ เกิดความคล่องตัว ทำให้การใช้ชีวิตในบ้านมีความสุขจากข้าวของน้อยชิ้น และที่สำคัญคือการเตรียมความพร้อม ด้วยการไม่สร้างภาระให้กับญาติๆ หรือคนข้างหลัง เมื่อถึงคราวที่ต้องจากไปจริงๆ


มาทำความรู้จักแนวคิด ‘การจัดบ้านก่อนตาย’ หรือ ‘Death Cleaning’ กันให้มากขึ้นจากหลักการที่แนะนำกันดีกว่าค่ะ


หลักการ Death Cleaning ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริง


รื้อของออกมาให้หมด

การรื้อดูสิ่งของทั้งหมดที่ตัวเองมี แล้วตัดสินใจว่าจะกำจัดของที่ไม่ต้องการแล้วออกไปจากบ้านยังไง แค่มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วก็รู้แล้วว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่รอบตัวมานานเหลือเกิน นานจนไม่แม้แต่จะมองหรือเห็นค่ามันอีกแล้วด้วยซ้ำ ความแตกต่างของเดธคลีนนิ่ง กับการเก็บกวาดทั่วๆ ไป อยู่ตรงเวลาที่ใช้ การเก็บกวาดเดธคลีนนิ่งไม่ใช่การปัดหรือถูก แต่มันเป็นรูปแบบการจัดระเบียบถาวรซึ่งจะทำให้ชีวิตของทุกคนดำเนินไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น


หลีกเลี่ยงภาพถ่ายและจดหมาย

การเริ่มเก็บของที่ดีที่สุดคือเริ่มจากบริเวณประตู เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องเดินผ่านอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าเก่าที่ไม่ได้ใช้นานแล้ว ร่มพังๆ กล่องเก่าๆ โต๊ะที่มีแต่หนังสือพิมพ์เมื่อเดือนที่แล้ว กวาดทิ้งไปให้หมด ส่วนที่ควรหลีกเลี่ยงคือภาพถ่ายและจดหมาย การไล่ดูทั้งสองอย่างจะทำให้รู้สึกสนุกมากไม่ก็เศร้านิดหน่อย แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ถ้าเริ่มต้นเก็บจากของพวกนี้เมื่อไหร่ คุณจะติดอยู่ในความทรงจำและไม่มีทางหลุดออกมาเก็บกวาดสิ่งของอื่นๆ ได้เลย ภาพถ่ายและจดหมายที่ตัดสินใจเก็บไว้ด้วยเหตุผลบางอย่างจะต้องรอจนกว่าคุณจะจัดแจงที่ทางให้กับเฟอร์นิเจอร์และข้าวของอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว จำไว้ว่าจัดของให้เป็นระเบียบจะต้องเริ่มจากใหญ่ไปเล็กเสมอ


กำจัดของที่ง่ายที่สุดก่อน

เลือกของประเภทที่คิดว่าจะจัดการได้ง่ายก่อน เช่นของที่มีเยอะและไม่ได้มีความผูกพันทางอารมณ์อะไรมากมายนัก การเอาของง่ายๆ มาไว้อันดับแรกนั้นสำคัญ เพราะการที่ต้องยึดติดทางอารมณ์จะทำให้การเก็บกวาดไม่สำเร็จ

เสื้อผ้าอาจเป็นของประเภทแรกที่คุณต้องจัดการ เพราะมีเสื้อผ้าอยู่หลายชิ้นที่คุณไม่เคยใส่เลย หรือใส่ไม่ได้แล้ว การเก็บกวาดตู้เสื้อผ้าให้แบ่งเป็นสองกองคือ กองที่ใช้เป็นประจำ กับกองที่อยากกำจัด

จากนั้นนำกองที่ใช้ประจำเก็บเข้าตู้ไปเหมือนเดิม จัดวางให้เป็นหมวดหมู่ หรือนำไปซักเพื่อกำจัดคราบและกลิ่นอับ ส่วนกองที่สอง บริจาค นำไปขาย หรือยกให้คนอื่น เห็นไหมว่าง่ายจะตาย


ของทุกอย่างควรจะมีที่ของมัน

เมื่อคุณไม่สามารถหาสิ่งของได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป อย่าง แว่นตา กุญแจรถ ตะหลิว ฯลฯ ก็ได้เวลาที่ต้องจัดการให้มันเป็นที่เป็นทางกันแล้ว การหาที่ให้สิ่งของจะทำให้คุณติดนิสัยวางของเป็นที่อีกด้วย

เช่น กุญแจรถ ต้องวางบนโต๊ะใกล้หัวนอนเท่านั้น รีโมทโทรทัศน์ต้องวางที่โต๊ะข้างโซฟา ตะหลิวอันนี้แขวนไว้ที่ราวเหนืออ่างล้างจาน ฯลฯ

แล้วปัญหาเรื่องการหาของไม่เจอจะไม่มากวนใจคุณอีกเลย


การใช้ชีวิตเล็กลงคือความสบาย


การซื้อสิ่งของอย่างบ้าคลั่งเป็นเรื่องที่ทำลายโลกอย่างที่สุด และเป็นภาระของคนข้างหลังอีกด้วยเมื่อคุณลาจากโลกนี้ไป ยิ่งหากอาศัยอยู่ใจกลางเมือง คุณก็ยิ่งชอบซื้อของเข้าบ้านทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่อเงินเดือนออก และขยะกองมหึมาก็จะตามมาบนทางเดิน อ่างล้างหน้า ห้องครัว ห้องเก็บของ พอคิดจะเก็บของก็ยากเกินไปเสียแล้วเพราะมันพอกพูนจนรู้สึกเหนื่อย และขอผัดผ่อน ในที่สุดของทั้งหมดก็ถูกวางทิ้งไว้โดยไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย การเก็บกวาดหรือเดธคลีนนิ่งจะช่วยให้คุณเริ่มคิดถึงการใช้ซ้ำ หรือกำจัด ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและเล็กลงสักนิด แต่มีความสุขมากขึ้น



"Death Cleaning สุดท้ายก็ต้องทิ้ง" เป็นหนังสือเล่มบาง ๆ ที่ใช้เวลาอ่านไม่นาน แต่สิ่งที่ได้หลังจากปิดหน้าสุดท้ายลง คือ การมองไปรอบ ๆ ห้อง รอบ ๆ บ้านที่อยู่ แล้วคิดทบทวนว่า ฉันควรทิ้งอะไรไปบ้างนะ จะจัดการกับของบางอย่างที่เป็นความทรงจำอย่างไร แล้วบางอย่างที่เป็นความลับส่วนตัวล่ะ ถ้าตายไป จะมีใครมาล่วงรู้บ้างไหม...


คิดได้อย่างนั้นแล้ว ก็เริ่มต้นสำรวจเพื่อ "ทิ้ง" ตั้งแต่วันนี้เลย เพื่อวันพรุ่งนี้ที่จะรู้สึก "เบา" ขึ้น

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Amarin book



หากมองหาผู้ช่วยบริการนี้อยู่ เรียก KEPT ได้ตลอดนะคะ